header
รายละเอียด
รหัสผลิตภัณฑ์1623
ชื่อผลิตภัณฑ์สรุปผลการดำเนินงาน เดือนเมษายน ๒๕๕๘ - กันยายน ๒๕๖๐ โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘
รายละเอียด

สรุปผลการดำเนินงาน เดือนเมษายน ๒๕๕๘ - กันยายน ๒๕๖๐



โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘



 



ความเป็นมา



รัฐบาลไทยได้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์สำหรับพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยตามช่วงวัยโดยให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงกลาโหม รวมถึงองค์กรหลักอื่นๆ และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับผิดชอบ ช่วยกันผลักดัน           เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเด็กปฐมวัยไปสู่การปฏิบัติให้เกิดสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประสานความร่วมมือกันจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยเน้นให้ครอบครัวเป็นแกนหลักในการพัฒนาเด็ก     และให้ชุมชนและสังคมเป็นฐานที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการพัฒนาเลี้ยงดูเด็กทุกขั้นตอน ให้มีคุณภาพ      ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา เติบโตขึ้นเป็นคนไทยที่พึงประสงค์ เป็นทั้งคนดี คนเก่ง มีความสุข และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติสืบต่อไป แต่สถานการณ์ปัญหาพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย (๐-๕ ปี) ในรอบ ๓๖ ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ จนถึงปัจจุบัน) กลับพบว่า เด็กปฐมวัยร้อยละ ๓๐ หรือ ๑ ใน ๓     ของเด็กปฐมวัยในประเทศไทยมีแนวโน้มพัฒนาการล่าช้า ซึ่งถือว่ามีจำนวนสูงมาก การสำรวจระดับสติปัญญาเด็กไทยของกรมสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๕๕ ยังพบว่าเด็กไทยอายุ ๐-๕ ปีพัฒนาการล่าช้าในสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะด้านการช่วยเหลือตัวเองและทักษะทางสังคมมีแนวโน้มสูงขึ้น ๒ เท่า (ร้อยละ ๓.๒ ในปี ๒๕๔๒    และร้อยละ ๖.๔๑ ในปี ๒๕๕๓) เมื่อเข้าสู่วัยเรียนหากเด็กไม่พร้อมที่จะพึ่งตัวเองและมีทักษะทางสังคมน้อย     ก็จะมีปัญหาทางจิตใจและพฤติกรรมที่ต้องแก้ไข เช่น รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา



ดังเป็นที่ประจักษ์ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีคุณูปการอย่างหาที่สุดมิได้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและผู้ยากไร้ในชนบท โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลสุขภาพของประชาชนชาวไทยทุกช่วงชีวิต ได้ดำเนินงานโครงการต่างๆเพื่อสนองพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่อง             ดังนั้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กไทยให้สมวัยเกิดเป็นรูปธรรมชัดเจน และเป็นระบบอย่างยั่งยืน ปี ๒๕๕๒ กรมสุขภาพจิต โดยสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ ภาคเหนือ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิด้านพัฒนาการเด็กของประเทศไทยพัฒนาแบบประเมินพัฒนาการเด็กแรกเกิด – ๕ ปี และได้นำแบบประเมินนี้มาหาค่าเกณฑ์ปกติของพัฒนาการเด็กแรกเกิด – ๕ ปีของไทยครั้งแรกทั่วประเทศ และทดลองใช้ พร้อมทั้งได้ขยายผลไปในเขตบริการสุขภาพที่ ๑ ใน ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยดำเนินงาน “โครงการบูรณาการพัฒนาการเด็กล้านนา (Lanna Child Development Integration Project; LCDIP)” เพื่อพัฒนาระบบการเฝ้าระวังคัดกรอง ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก รวมถึงการพัฒนาบุคลากรสาธารณสุข โดยเน้นให้ พ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้มากที่สุด และพัฒนาความรู้ของ อสม. ให้ช่วยดูแลเด็กที่อยู่ในความรับผิดชอบของปู่ย่า ตายาย ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขดำเนินการคัดกรองพัฒนาการเด็ก โดยแบ่งเป็นเด็กกลุ่มปกติด้วยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย; คู่มือเล่มขาว (Developmental Surveillance and Promotion Manual; DSPM) และในเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะ Birth Asphyxia หรือ Low Birth Weight ด้วยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กกลุ่มเสี่ยง; คู่มือเล่มเขียว (Developmental Assessment  for Intervention Manual; DAIM) ในปี ๒๕๕๘ กระทรวงสาธารณสุข บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม สภากาชาดไทย                และกรุงเทพมหานคร ตลอดจนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ เพื่อเน้นการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด - ๕ ปี เริ่มตั้งแต่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ - ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๑ ตั้งเป้าหมายให้เด็กไทยทุกคน ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการที่ถูกต้อง มีมาตรฐานอย่างเท่าเทียม จากพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก ชุมชน และเจ้าหน้าที่ให้เกิดการขับเคลื่อนงานด้านส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ



ในปี ๒๕๕๙-๒๕๖๐ กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการรณรงค์คัดกรองพัฒนาการด้วยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ซึ่งผลการคัดกรองพัฒนาการในช่วงรณรงค์คัดกรองเด็กปฐมวัย   ทั่วประเทศเดือนกรกฎาคม ในเด็กอายุ ๙, ๑๘, ๓๐ และ ๔๒ เดือน พบว่า ผลการดำเนินงานในปี ๒๕๕๙ ความครอบคลุมการคัดกรอง ร้อยละ ๘๗.๑ พัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ ๒๒.๙ และปี ๒๕๖๐              ความครอบคลุมการคัดกรอง ร้อยละ ๙๔.๙ พัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ ๒๑.๕ (ข้อมูลจากรายงาน HDC กระทรวงสาธารณสุข) พร้อมทั้งดำเนินการขับเคลื่อนบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย เยี่ยมเสริมพลัง ๔ ภาค สื่อสารความรู้ สร้างกระแสและความตระหนักให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นถึงความสำคัญในการคัดกรอง ส่งเสริม ค้นหา ติดตาม ดูแลเด็กทั้งเด็กปกติ             และเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้าให้ได้รับการดูแลแบบครบวงจร



ทิศทางการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเฉลิมพระเกียรติฯ



แบ่งเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับกระทรวง และภูมิภาค



๑. ระดับกระทรวง



๑.๑ กระทรวงสาธารณสุข : ดำเนินงานภายใต้กลไกคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการฯ  โดยมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้



          ๑) กรมวิชาการ สนับสนุนวิชาการการดำเนินงานกำกับ ติดตาม ประเมินผลทุกระดับ ดังนี้           



กรมอนามัย : ประเมินความครอบคลุม และคุณภาพการคัดกรอง กรมสุขภาพจิต : ติดตาม ประเมินซ้ำกรณีพบเด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้า รวมถึงวางระบบดูแลรักษา การส่งต่อ ติดตามผลต่อเนื่อง กรมการแพทย์ : ดูแลและส่งเสริมเด็กปกติและที่พบล่าช้าในระดับตติยภูมิ และศูนย์เฉพาะทาง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ : พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน



          ๒) สำนักส่วนกลางในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการ ดังนี้



กองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข : ประสาน ติดตาม บริหารจัดการภาพรวมโครงการ  และประเมินผลโครงการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร : พัฒนาระบบรายงานข้อมูล สำนักสารนิเทศ : ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานในภาพรวม



๑.๒ กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานรับผิดชอบ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย                    มีบทบาทประสานการดำเนินงานในระดับจังหวัด ให้การสนับสนุนการดำเนินงานในส่วนภูมิภาค ผ่านกลไกของคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กรมการปกครอง มีบทบาทบูรณาการการดำเนินงานตามโครงการในระดับอำเภอ และจัดระบบฐานข้อมูลเด็กเกิดใหม่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานบริการคัดกรองพัฒนาการเด็กเมื่อได้รับการร้องขอ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีบทบาทประสานการดำเนินงานในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งรับผิดชอบดูแลศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ สนับสนุนการดำเนินงานคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็กร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่



๑.๓ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยงานรับผิดชอบประกอบด้วยกรมกิจการเด็กและเยาวชน มีบทบาทขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด ซึ่งมีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่นจังหวัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เป็นเลขานุการร่วม รวมถึงการติดตาม กำกับดูแลสถานดูแลเด็กปฐมวัยของเอกชน



๑.๔ กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานรับผิดชอบประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีบทบาทสนับสนุนและประสานการดำเนินงานของโรงเรียนอนุบาลทั้งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการและโรงเรียนเอกชน



๑.๕ กระทรวงกลาโหม หน่วยงานรับผิดชอบประกอบด้วย กรมแพทย์ทหารบก มีบทบาทสนับสนุน และประสานการดำเนินงานดูแลเด็กก่อนวัยเรียนในสังกัด



๑.๖ กรุงเทพมหานคร หน่วยงานรับผิดชอบ ประกอบด้วย สำนักพัฒนาสังคม มีบทบาทส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนในชุมชน สำนักอนามัย มีบทบาทดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน (Day Care) และศูนย์บริการสาธารณสุข และสำนักการแพทย์ เป็นหน่วยบริการระดับทุติยภูมิ และจัดระบบรับส่งต่อดูแลรักษาพยาบาลในกรณีผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ



๑.๗ หน่วยงานอื่นๆ ประกอบด้วย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและสำนักงานหลักประกันสุขภาพ สนับสนุน และประสานความร่วมมือการดำเนินงานโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กฯ พร้อมสนับสนุนงบประมาณดำเนินการ



๒. ระดับภูมิภาค ดำเนินการคัดกรองพัฒนาการอย่างเป็นระบบ ดังนี้ 



๒.๑ ระดับเขต รับผิดชอบการขับเคลื่อนงานในภาพรวม และการกำกับ ติดตามและประเมินผลเป็นรายจังหวัด โดย คณะกรรมการเขตสุขภาพ



๒.๒ ระดับจังหวัด รับผิดชอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด แผนปฏิบัติการ และสนับสนุนการดำเนินงานให้เกิดผลตามเป้าหมาย กำกับ ติดตามและประเมินผลเป็นรายอำเภอ ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่นจังหวัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เป็นเลขานุการร่วม คณะกรรมการ MCH ระดับจังหวัด ทีมกุมารแพทย์พัฒนาการเด็ก (DBP : Developmental and Behavior Pediatricians) และผู้รับผิดชอบแผนงานกลุ่มวัยสตรีและเด็กระดับจังหวัด (Child Project Manager : CPM)



๒.๓ ระดับอำเภอ รับผิดชอบคัดกรอง ติดตามกระตุ้น/ส่งเสริมเด็กพัฒนาการสงสัยล่าช้า/ล่าช้าและ ส่งต่อ พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูล สถิติ ผลงานของอำเภอทุก ๓ เดือน วิเคราะห์และรายงานผลการคัดกรองรายตำบล ประกอบด้วย คณะกรรมการบูรณาการส่งเสริมพัฒนาการเด็กระดับอำเภอ โดยมีนายอำเภอเป็นประธาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และโรงพยาบาล/สาธารณสุขอำเภอเป็นเลขานุการ และDistrict Health System, Family Care Team



๒.๔ ระดับตำบล รับผิดชอบคัดกรอง ติดตามส่งเสริมเด็กที่พัฒนาการสงสัยล่าช้า กระตุ้นประเมินซ้ำภายใน ๑ เดือน หากเด็กยังไม่ผ่านทักษะ ให้ส่งต่อไปยังหน่วยบริการทุติยภูมิที่มีแพทย์หรือกุมารแพทย์(รพช./รพท./รพศ./รพ.จิตเวช) ที่มีคลินิกกระตุ้นพัฒนาการ และบันทึกผลการคัดกรองในระบบรายงาน (๔๓ แฟ้ม)



 



 





 



รูป แสดงการขับเคลื่อนงานพัฒนาการเด็กปฐมวัย



 



 



กรอบแนวทางการดำเนินงาน



๑. กลุ่มเป้าหมาย : เด็กที่คลอดปกติ และเด็กกลุ่มเสี่ยง (หมายถึง ทารกแรกเกิดที่ขาดออกซิเจน และ/หรือมีน้ำหนักน้อยกว่า ๒,๕๐๐ กรัม) ที่เกิดตั้งแต่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ เป็นต้นไป



๒. เครื่องมือการดำเนินงาน: เครื่องมือสำหรับดำเนินงาน แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ เครื่องมือสำหรับเฝ้าระวังและพัฒนาการเด็กเบื้องต้น โดยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก อาสาสมัครสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้แก่ คู่มือการเฝ้าระวังระวังและพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental Surveillance and Promotion Manual : DSPM) สำหรับเด็กปกติ และคู่มือการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กกลุ่มเสี่ยง”(Developmental Assessment For Intervention Manual : DAIM) สำหรับเด็กกลุ่มเสี่ยง และคู่มือประเมินเพื่อช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่มีปัญหาพัฒนาการ (TEDA๔I) ประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรม



          ๓. ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน



              ๓.๑  เด็กไทยได้รับการคัดกรองพัฒนาการในแต่ละช่วงอายุ ๙, ๑๘, ๓๐ และ ๔๒ เดือน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐



              ๓.๒  เด็กกลุ่มเสี่ยง (หมายถึง ทารกแรกเกิดที่ขาดออกซิเจน และ/หรือมีน้ำหนักน้อยกว่า ๒,๕๐๐ กรัม) ได้รับการตรวจคัดกรองพัฒนาการ ร้อยละ ๑๐๐



              ๓.๓  เด็กไทยที่มีพัฒนาการล่าช้าในแต่ละช่วงอายุ ถูกค้นหาได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐ และได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใน ๓๐ วัน และหากพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อ



              ๓.๔  เด็กไทยที่มีพัฒนาการไม่สมวัยได้รับการวินิจฉัยและบำบัดอย่างเหมาะสม ร้อยละ ๑๐๐



              ๓.๕  ศูนย์เด็กเล็ก สถานที่ดูแลเด็กปฐมวัย ได้รับการพัฒนาคุณภาพด้านพัฒนาการเด็ก ร้อยละ ๑๐๐



              ๓.๖  ทุกระดับมีแผนงาน/โครงการแบบบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งขั้นตอน กระบวนการ   และการบริหารจัดการ



          ๔. ระบบข้อมูลและการติดตาม หน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุขบันทึกข้อมูล          ผลการคัดกรองพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย ผ่านโปรแกรมมาตรฐานข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC: Health Data Center) กระทรวงสาธารณสุข (43 แฟ้ม)



          ๕. การกำกับ ติดตาม และประเมินผล แบ่งเป็น ๓ ลักษณะ คือ การประเมินผลระดับเขต โดยวิธีสุ่มตัวอย่างดำเนินการปีละ ๑ ครั้ง โดย เขตสุขภาพ (ศูนย์อนามัย และศูนย์สุขภาพจิต) การประเมินผลระดับประเทศ ใช้รูปแบบการประเมินโครงการ ปีละ ๑ ครั้งดำเนินการ โดย กองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย ร่วมกับกรมสุขภาพจิต และเครือข่ายวิชาการต่างๆ และการประเมินเมื่อสิ้นสุดโครงการโดย External Evaluation



๖. การประชาสัมพันธ์ กำหนดกรอบแนวทางการประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กฯ ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ สื่อโทรทัศน์ วิทยุชุมชน วีดีโอ โปสเตอร์ แผ่นพับ วารสารกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ



 



การดำเนินงาน



                   โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา ๒ ปี ๖ เดือน (เดือนเมษายน ๒๕๕๘ – มีนาคม ๒๕๖1) ซึ่งมีกิจกรรมการดำเนินงานสำคัญ ดังนี้



                    ๑. การรณรงค์คัดกรองและติดตามกระตุ้นพัฒนาการ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตรวจคัดกรองและติดตามกระตุ้นพัฒนาการเด็กใน ๔ ช่วงอายุ คือ ๙ ๑๘, ๓๐ และ ๔๒ เดือน โดยมีการจัดสัปดาห์รณรงค์             คัดกรองเด็กปฐมวัยทั่วประเทศทุกปีในเดือน กรกฎาคม (ปี ๒๕๕๘ : วันที่ ๖-๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ,ปี ๒๕๕๙ : วันที่ ๔-๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ วันที่ ๑๗-๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐) ในกรณีมีพัฒนาการสมวัย แนะนำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ส่งเสริมพัฒนาการตามวัย หากพบเด็กที่พัฒนาการสงสัยล่าช้าแนะนำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ฝึกทักษะเด็กเรื่องนั้นบ่อยๆ แล้วนัดให้มาพบผู้ประเมิน ภายใน ๑ เดือน



                    ๒. ให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก และอาสาสมัครสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๕ ปี



                    ๓. การพัฒนาบุคลากร: ฝึกอบรมบุคลากรทุกระดับ เน้นความสำคัญในการตรวจคัดกรองระดับปฐมภูมิอย่างมีประสิทธิภาพและระบบการส่งต่อ และส่งเสริมพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก สามารถประเมินพัฒนาการเด็กด้วยตนเอง ส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่สงสัยล่าช้า และติดตามกระตุ้นเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า



                    ๔. สนับสนุนคู่มือการเฝ้าระวังระวังและพัฒนาการเด็กปฐมวัย(Developmental Surveillance and Promotion Manual : DSPM) สำหรับเด็กปกติและคู่มือการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการเด็กกลุ่มเสี่ยง”(Developmental Assessment For Intervention Manual : DAIM) สำหรับเด็กกลุ่มเสี่ยง ให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ (รพ.สต/รพช./รพท./รพศ.) ทั่วประเทศ



 



ปัญหาและอุปสรรค



๑.  ด้านนโยบาย : การสื่อสารเชิงนโยบายระดับประเทศ (Air War) โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ เรื่องการใช้คู่มือเฝ้าระวังระวังและพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental Surveillance and Promotion Manual : DSPM) สำหรับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ยังไม่ครอบคลุมและไม่ทั่วถึง



๒.  ด้านบริหารจัดการ



-         มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านกลไกคณะกรรมการแม่และเด็กระดับเขต/จังหวัด (MCH



Board) และมีการกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน (Child Project Manager: CPM) แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้กล่าวถึง การใช้กลไกของคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัดในการขับเคลื่อนและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน



-         ระบบการติดตามเด็กที่พบสงสัยล่าช้าและขาดการติดตามในหลายพื้นที่



-         ระบบข้อมูลยังเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องพัฒนา เพื่อการกำกับติดตามผลการดำเนินงานโครงการในทุกระดับ



-         คู่มือและอุปกรณ์ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ไม่เพียงพอ



๓.  ด้านบุคลากร และพ่อแม่ ผู้ปกครอง



-         ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กในระดับ รพช. /รพศ. เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการ



ประเมินพัฒนาการเด็กไม่เพียงพอและผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนงานบ่อย



-         เจ้าหน้าที่ขาดทักษะและยังไม่มั่นใจในการใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย



(DSPM)



-         พ่อแม่ ผู้ปกครองยังขาดความรู้ ความตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการและ



การใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM)



๔.  ด้านระบบข้อมูล ระบบการจัดเก็บข้อมูลใน Special pp. มีความหลากหลายของรหัสข้อมูลนอกเหนือจากข้อมูลพัฒนาการ ทำให้มีความยุ่งยากในการลง Code ข้อมูล  และระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการบันทึกข้อมูลของโรงพยาบาลบางแห่งมีความล่าช้าของระบบการเชื่อมInternet ทำให้เกิดความล่าข้าในการรายงานข้อมูล



๕.  การขับเคลื่อนการดำเนินงานและการติดตาม



-         ระบบการติดตามเด็กพัฒนาการสงสัยล่าช้าในเขตพื้นที่ยังทำได้ไม่ครอบคลุม เนื่องจากการยึดผู้รับบริการด้วยข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ทำให้การติดตามเด็กที่เป็นประชากรแฝงไม่ได้



-         ระบบส่งต่อ และการติดตามข้อมูลยังล่าช้า



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



ผลการดำเนินงานพัฒนาการประจำปี พ.ศ.2561



 



สถานการณ์พัฒนาการ ปี 2561



 



 



 



Text Box: กราฟแสดงผลการดำเนินงานความครอบคลุม สงสัยล่าช้า ติดตามและสมวัย <br />
เขตสุขภาพที่ 1-12<br />



 





 



ดึงข้อมูล HDC ณ วันที่ 4 กรกฏาคม  2561 จัดทำโดย สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ   กรมอนามัย



 



 



 



              



               ผลการดำเนินงานในปี พ.ศ.2561 ระหว่างเดือน ตุลาคม 2560-มิถุนายน 2561 แสดงภาพรวมการดำเนินงานแยกตามเขตสุขภาพที่ 1-12 ซึ่งมีตัวชี้วัดค่าเป้าหมายที่ กระทรวงสาธารณสุข ติดตามการดำเนินงานได้แก่ ความครอบคลุม สงสัยล่าช้า ติดตามและสมวัย และผลการดำเนินงานตัวชี้วัดพัฒนาการภาพรวมเขตที่ 1-12 ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 พบว่า พบความครอบคลุมร้อยละ 81.4 พัฒนาการสงสัยล่าช้าร้อยละ 16.4 และติดตามร้อยละ 77.9 และสมวัยร้อยละ 95.9



               เมื่อแยกติดตามผลการดำเนินงานรายเขตสุขภาพที่ 1-12 สามารถแจกแจงผลการดำเนินงานดังนี้



               เขตสุขภาพที่ 1





 



 



 



 



 



 



 



เขตสุขภาพที่ 2





 



 



 



 



 



 



 



 



 



เขตสุขภาพที่ 3





 



 



 



 



 



 



 



 



 



จากผลการดำเนินงานคัดกรองพัฒนาการภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 1, 2 และ 3 พบความครอบคลุมร้อยละ 79.1, 85.2, 76.5 พัฒนาการสงสัยล่าช้าร้อยละ 25.4, 20.7, 13.9 และติดตามร้อยละ 77.9, 76.4, 74.7 ตามลำดับ (ข้อมูลจากHDC ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2561)



เขตสุขภาพที่ 4





 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



เขตสุขภาพที่ 5





 



 



 



 



 



 



 



 



 



เขตสุขภาพที่ 6





 



 



 



 



 



 



 



 



 



จากผลการดำเนินงานคัดกรองพัฒนาการภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 4, 5 และ 6 พบความครอบคลุมร้อยละ 74.4, 80.3, 79.4 พัฒนาการสงสัยล่าช้าร้อยละ 8, 18.1,13 และติดตามร้อยละ 62.1, 74.8, 70.1 ตามลำดับ (ข้อมูลจากHDC ณ วันที่ 23 เมษายน 2561)



 



เขตสุขภาพที่ 7



                            



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



เขตสุขภาพที่ 8



                            



 



 



 



 



 



 



 



 



 



เขตสุขภาพที่ 9



                            



 



 



 



 



 



 



 



 



 



เขตสุขภาพที่ 10



                            



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



จากผลการดำเนินงานคัดกรองพัฒนาการภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 7, 8 ,9 และ 10 พบความครอบคลุมร้อยละ 93.5, 74.1, 83.6 และ 83.1 พัฒนาการสงสัยล่าช้าร้อยละ 27.6, 15.4, 19.2 และ 20.9 และติดตามร้อยละ 88.3, 71.8, 79.4 และ 78.1 ตามลำดับ (ข้อมูลจากHDC ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2561)



เขตสุขภาพที่ 11





เขตสุขภาพที่ 12





          จากผลการดำเนินงานคัดกรองพัฒนาการภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 พบความครอบคลุมร้อยละ 79.4, 88.4 พัฒนาการสงสัยล่าช้าร้อยละ 25.4, 25.1 และติดตามร้อยละ 75.3, 85.8 ตามลำดับ (ข้อมูลจากHDC ณ วันที่ 17 เมษายน 2561)



 



2.แผนการดำเนินงาน



 



การพัฒนาคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย(DSPM)ขยายอายุ 5-6 ปี และ



จัดทำหลักสูตรแกนกลาง DSPM



เป้าหมาย : เด็กปฐมวัยไทยร้อยละ 85 มีพัฒนาการสมวัย



กิจกรรม



ประชุมพัฒนาคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย(DSPM) ขยายอายุ 5-6 ปี



และจัดทำหลักสูตรแกนกลาง DSPM จำนวน 4 ครั้ง (ประชุมราชการ)



ลงพื้นที่ทดสอบเครื่องมือ (Pre-test) คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก (DSPM) ขยาย



อายุ 5-6 ปี



ผลการดำเนินงาน/ผลผลิต



คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ขยายอายุ 5-6 ปี  จำนวน ๒๓ ข้อ



ประกอบด้วย



- Screening ๖๐ เดือน ๘ ข้อ



- Surveillance ๑๕ ข้อ



2. วิธีทำอุปกรณ์ชิ้นใหม่สำหรับประเมิน



3. (ร่าง)หลักสูตรแกนกลางการใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสำหรับบุคลากร



หน่วยบริการสุขภาพ (ครู ก)



4. คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการ



เด็กปฐมวัย(DSPM) ให้ครอบคลุมอายุ ๐-๖ ปี ขยาย  3 ปี เพื่อสนับสนุนโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘



5. สรุปรายงานการประชุม



โครงการพัฒนาศักยภาพการใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสำหรับ



บุคลากรหน่วยบริการสุขภาพ (ครู ก)



เป้าหมาย : เพื่อให้บุคลากรหน่วยบริการสุขภาพสามารถเฝ้าระวัง ประเมิน ส่งเสริม พัฒนาการ



และให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก



กลุ่มเป้าหมาย : ผู้จัดการระบบการส่งเสริมพัฒนาการเด็กระดับจังหวัด Child Project Manager (CPM) /ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาการเด็กระดับจังหวัด (ครู ก) จำนวน 175 คน



กิจกรรม



พัฒนาศักยภาพการใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสำหรับบุคลากรหน่วย



บริการสุขภาพ (ครู ก)



2. จัดทำกระเป๋าเอกสารสำหรับการประชุม



3. จ้างทำเอกสารประกอบการประชุมจำนวน 200 เล่ม



ผลการดำเนินงาน/ผลผลิต



1. หลักสูตรแกนกลางการใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย(DSPM)



2. ทักษะการสื่อสารการแจ้งผลการประเมินพัฒนาการของลูกให้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง



3. สรุปรายงานการประชุม



3. กิจกรรมการเยี่ยมเสริมพลัง ประจำปีงบประมาณ 2561 (เดือนเมษายน – พฤษภาคม 2561)



เป้าหมาย : เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาเด็กปฐมวัยในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ  สร้างขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมเด่นของพื้นที่



กลุ่มเป้าหมาย : เขตสุขภาพที่ 1-12



กิจกรรม : เยี่ยมเสริมพลัง ประกอบด้วย ทีมกรมวิชาการ (กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ) กองตรวจราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและ โรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่เขตสุขภาพ ซึ่งมีผลสรุปการติดตามดังนี้



 



 



          ประเด็นที่ 1 การขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาการเด็ก



แผนการดำเนินด้านงานพัฒนาการเด็ก



          - ขับเคลื่อนนโยบายโภชนาการ 1000 วันแรกของชีวิตและขับเคลื่อน พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560



- แผนพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ เช่น การฝึกอบรม DSPM ทุกสถานบริการ



               ระดับจังหวัด



ขับเคลื่อนนโยบายด้านอนามัยแม่และเด็ก โดยใช้หลัก 3 สร้าง



>



>



>



- จัดทำแผนบูรณาการดูแลสุขภาพทุกช่วงวัย  เช่น การใช้ 6 โปรแกรมสร้างเด็กไทยคุณภาพ ตั้งแต่เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ดูแลครรภ์คุณภาพ เตรียมคลอดคุณภาพ ทำคลอดคุณภาพ ดูแลหลังคลอด เด็กไทยคุณภาพ



- มีการกำกับติดตามผลการดำเนินงานจากระบบรายงาน HDC พร้อมสะท้อนข้อมูลกลับให้พื้นที่ทราบทุกเดือน



การขับเคลื่อนงานด้านพัฒนาการเด็ก



Maternal Child Health board (MCH board)



- จัดประชุมคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก (MCH board) ระดับเขต/จังหวัด/อำเภอ



หน่วยงานสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ
ประเภทองค์ความรู้ (knowledge) ชุดความรู้ (Knowledge series) เอกสารหรือบทความทางวิชาการ (Document) ที่ได้จากการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล/ความรู้ (Synthesis of information/knowledge) รวมถึงผลการสำรวจ (Survey results) และผลการประเมิน (Evalation results)
 


กรุณาตอบแบบฟอร์มเบื้องต้นเพื่อรับข้อมูลทางสำหรับ Download แฟ้มข้อมูลทาง Email

หากอ่านไม่ออกกรุณา Click ที่ตัวอักษรเพื่อเปลี่ยนภาพ

อาจใช้เวลาสักระยะ ระบบจะส่งช่องทางสำหรับ Download เอกสารเหล่านี้ไปให้ท่านทาง Email กรุณาตรวจสอบกล่องจดหมาย Inbox และ Junk Mail ของที่อยู่ Email ที่ท่านได้ระบุในแบบฟอร์ม
ผู้ใช้บริการเว็บเมลของ Hotmail.com อาจมีปัญหาเรื่องการส่งอีเมลไปไม่ถึงแนะนำให้ใช้ผู้บริการเว็บเมลอื่นในการร้องขอ Download เอกสาร